วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559


บันทึกการเรียน 

ครั้งที่ 4

วันศุกร์  ที่  5 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2559


  เนื้อหาที่เรียน  
  •  อาจารย์นำสื่อการสอนปฎิทินสำหรับเด็กปฐมวัยมาให้ดู เเล้วช่วยกันดูว่าควรเเก้ไขตรงไหนให้เหมาะกับเด็กปฐมวัย
  • เรียนเรื่องประเภทสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย
    1. การจับคู่
    2. ภาพตัดต่อ
    3. สังเกตรายละเอียดภาพ
    4. โดมิโน้
    5. ความสัมพันธ์ 2 แกน
    6. เรียงลำดับ
    7. จัดหมวดหมู่ / กลุ่ม
    8. เกมส์พื้นฐานการบวก
  • อาจารย์ให้นำเสนอของเล่นเเต่ละกลุ่ม เเล้วเเนะนำวิธีการปรับเปลี่ยนของเลานให้เหมาะกับเด็กปฐมวัย
  • ร้องเพลง





ทักษะ/การระดมความคิดประเมิน
  • ช่วยกันคิดหาวิธีทำให้ปฎิทิน เกมการศึกษา 
บรรยากาศในห้องเรียน
  • ห้องเรียนหนาวมาก ห้องเป็นระเบียบเรียบร้อง สะอาด เพื่อนตั้งใจฟังช่วยตอบคำถามกัน
การจัดการเรียนการสอน
  • าจารย์นำตัวอย่างสื่อมาให้ดู สามารถเข้าใจได้ง่าย 
วิเคราะห์ตนเอง
  • ยังฟังคำถามของอาจารย์ยังไม่เข้าใจ เเต่ก็พยายามคิดตาม

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน

*ชดเชย (วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม 2559)

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559


 เนื้อหาที่เรียน 


      สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่  1  จำนวนและการดำเนินการ
สาระที่  2  การวัด
สาระที่  3  เรขาคณิต
สาระที่  4  พีชคณิต
สาระที่  5  การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่  6  ทักษะและกระบวนการทางคณิต   

1.  มีความคิดเชิงคณิตศาสตร์
  • จำนวนนับ 1 ถึง  20
  • เข้าใจหลักการนับ
  • รู้จักตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย
  • รู้ค่าของจำนวน
  • เปรีบยเทียบ  เรียงลำดับ
  • การรวมและการแยกกลุ่ม
2.  มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความยาว  น้ำหนัก  ปริมาตร  เงิน  และเวลา
  • เปรียบเทียบ  เรียงลำดับ  และวัดความยาว  น้ำหนัก  ปริมาตร
  • รู้จักเงินเหรียญและธนบัตร
  • เข้าใจเกี่ยวกับเวลาและคำที่ใช้บอกช่วงเวลา
3.  มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางเรขาคณิต
  • ตำแหน่ง  ทิศทาง  ระยะทาง
  • รูปเรขาคณิตสามมิติและรูปเรขาคณิตสองมิติ
4.  มีความรู้ความเข้าใจแบบรูปของรูปที่มีรูปร่าง  ขนาด  สีที่สัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
5.  มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิอย่างง่าย
6.  มีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น
      สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่  1  จำนวนและการดำเนินการ
  • มาตรฐาน  ค.ป.  1.1  เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง
      จำนวน
  • การใช้จำนวนบอกปริมาณที่ได้จากการนับ
  • การอ่านตัวเลขฮินดูอารบิก  คละตัวเลขไทย
  • การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกแสดงจำนวน
  • การเปรียบเทียบจำนวน
  • การเรียงลำดับจำนวน
      การรวม  และการแยกกลุ่ม
  • ความหมายของการรวม
  • การรวมสิ่งต่างๆ  สองกลุ่มที่มีผลรวม  ไม่เกิน  10
  • ความหมายของการแยก
  • การแยกกลุ่มย่อยออกจากกลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนไม่เกิน  10
สาระที่  2  การวัด
  • มาตรฐาน  ค.ป.  2.1  เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัดความยาว  น้ำหนัก  ปริมาตร  เงิน  และเวลา
      ความยาว  น้ำหนัก  และปริมาตร
  • การเปรียบเทียบ  /  การวัด  /  การเรียงลำดับความยาว
  • การเปรียบเทียบ  /  การชั่ง  /  การเรียงลำดับน้้ำหนัก
  • การเปรียบเทียบปริมาตร  /  การตวง
         เงิน
    • ชนิดและค่าของเงิน  เหรียญ  และธนบัตร
         เวลา
    • ช่วงเวลาในแต่ละวัน
    • ชื่อวันในสัปดาห์และคำที่ใช้บอกเกี่ยวกับวัน
    สาระที่  3  เรขาคณิต
    • มาตรฐาน  ค.ป.  3.1  รู้จักใช้คำในการบอกตำแหน่ง  ทิศทาง  และระยะทาง
    • มาตรฐาน  ค.ป.  3.2  รู้จักจำแนกรูปเรขาคณิต  และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงรูปเรขาคณิตที่เกิดจากการจัดกระทำ
         ตำแหน่ง  ทิศทาง  และระยะทาง
    • การบอกตำแหน่ง  ทิศทาง  และระยะทางของสิ่งต่างๆ
         รูปเรขาคณิตสามมิติ  และรูปเรขาคณิสองมิติ
    • ทรงกลม  ทรงสี่เหลี่ยมมุมแาก  กรวย  ทรงกระบอก
    • รูปวงกลม  รูปสามเหลี่ยม  รูปสี่เหลี่ยม
    • การเปลี่ยนแปลง  รูปเรขาคณิตสองมิติ
    • การสร้างสรรค์  ศิลปะจากรูปเรขาคณิตสามมิติ  และสองมิติ
    สาระที่  4  พีชคณิต
    • มาตรฐาน  ค.ป.  4.1  เข้าใจแบบรูปและความสัมพันธ์
          แบบรูปและความสัมพันธ์
    • แบบรูปของรูปที่มีรูปร่าง  ขนาด  หรือ สี ที่สัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง
    สาระที่  5  การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
    • มาตรฐาน  ค.ป.  5.1  รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อม  และนำเสนอ
          การเก็บรวบรวมข้อมูลและการนำเสนอ
    • การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบแผนภูมิอย่างง่าย
    สาระที่  6  ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
    • การแก้ปัญหา  การให้เหตุผล  การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์  และการนำเสนอการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ  ทางคณิตศาสตร์  และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ   และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

    ทักษะ/การระดมความคิดประเมิน
    • การจัดกิจกรรมต่างๆต้องคำนึงถึงพัฒนาการเป็นลำดับขั้นต้อง
    • วิธีการเรียนรู้ต้องสอดคล้องกับการเรียน
    • การจัดประสบการณ์ต้องให้เด็กได้ลงมือทำโดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5
    บรรยากาศในห้องเรียน
    • อากาศเย็นสบาย เพื่อนๆมาเรียนกันครบทำไมดูสนุกสนานและช่วยกันตอบคำถามของอาจารย์
    การจัดการเรียนการสอน
    • อาจารย์มักจะตั้งคำถามเพื่อที่ให้นักศึกษาตามทำให้เห็นภาพ ตามมีการระดมสองช่วยกันคิดตาม
    วิเคราะห์ตนเอง
    • พยายามคิดตามอาจารย์บางทีก็คิดตามได้ บางทีก็คิดไม่ออก เเต่จะพยายามให้มากว่านี้ค่ะ

    วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559


    บันทึกการเรียน 

    ครั้งที่ 3

    วันศุกร์  ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

        เนื้อหาที่เรียน    
    • สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้    

    1. จำนวนเเละการดำเนินการ มีความคิดเชิงคณิต จำนวนบับ 1-20 เข้าใจหลักการนับ รู้จักตัวเลขฮินดูอารบิก เลขไทย รู้ค่าของจำนวน เปรียบเทียบ เรียงลำดับ การรวมเเละการแยกกลุ่ม                                                         
    2. การวัด รู้จักควาวยาวน้ำหนัก ปริมาตร รู้จักเงินเหรียญ ธนบัตร เข้าใจเกี่ยวกับเวลา
    3. เรขาคณิต ตำเเหน่ง ทิศทาง ระยะทาง รูปเลขาคณิตสามมิติ
    4. พีชคณิต มัความรู้เกี่ยวกับรูปร่าง รูปทรง ขนาด
    5. การวิเคราะห์ข้องมูลเเละความน่าจะเป็น
    6. ทักษะเเละกระบวนการทางคณิต       
    ทักษะ/การระดมความคิดประเมิน







    • เราสามารถที่จะใช้เพลงในการสอนคณิตได้ อย่างเช่น การรู้จักเวลาจากเพลง การจัดลำดับ การนับจำนวน เป็นต้น

    บรรยากาศในห้องเรียน
    • บรรยากาศในห้องค่อนข้างเงียบยังไม่ค่อยมีการตอบสองกับอาจารย์ในการตอบคำถาม   
    การจัดการเรียนการสอน
    • ควรจัดลำดับในการเรียนให้ดี
     วิเคราะห์ตนเอง
    • ยังไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์อธิบาย เเต่ก็ตั้งใจฟังอย่างเต็มที่เเล้ว 

                                                         

    วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

    สรุปบทความคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

    ทำอย่างไรเมื่อลูกยังไม่เข้าใจเรื่องจำนวนและค่าของเลข



    1. ทำให้คณิตศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวที่จับต้องได้
                    การเรียนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กเล็กๆ นั้น ก่อนอื่นต้องลืมเรื่องแบบฝึกหัดไปก่อนเลยนะคะ โดยเฉพาะเมื่อลูกยังไม่แม่นยำเรื่องของจำนวนและค่าของเลข  ความเข้าใจของลูกจะเริ่มที่การลงมือปฏิบัติการกับคณิตศาสตร์กับสิ่งรอบๆ ตัว   เริ่มต้นที่ 1-3 ให้แม่นยำก่อนนะคะ  อย่างเช่น "วันนี้ลูกเอาไส้กรอกไป 2 ชิ้น แม่ 2 ชิ้น ของคุณพ่อเอากี่ชิ้นดีคะ" ชวนลูกนับไปด้วย กินไส้กรอกไปด้วย  ทำเช่นนี้บ่อยๆ กับเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับจำนวน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนับจำนวนชิ้นของขนม ของเล่น  กิ๊บ  หมอน สารพัดที่จะนับให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่ทำกันในบ้าน  นับกันอยู่บ่อยๆ ลูกก็จะค่อยๆ ประมวลความเข้าใจเกี่ยวกับค่าและจำนวนในที่สุด จากนั้นก็ขยายจาก 3 ไป 5 ไป 10  สิ่งสำคัญคุณแม่อย่าทำตัวเป็นคุณครูกำลังสอนหรือกำลังทดสอบคณิตศาสตร์นะคะ  แต่ให้เป็นการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบบธรรมชาติในสไตล์ของคุณแม่เอง

    2. ทำให้คณิตศาสตร์เป็นเรื่องสนุกและท้าทายความสามารถ
                    ด้วยวัยของลูกนั้น ลูกเรียนรู้ได้ดีผ่านการเล่นและทำกิจกรรม  ดังนั้น ในการฝึกฝนให้ลูกคุ้นเคยกับตัวเลข และจำนวนนั้น คุณแม่อาจหาของเล่นที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์มาให้ลูกเล่น เช่น ต่อจิ๊กซอว์ตัวเลขกับภาพ  สวมหมุดเท่ากับจำนวนตัวเลข  นอกจากนี้คุณแม่กับคุณพ่ออาจจะช่วยกันคิดเกมคณิตศาสตร์ง่ายๆ เล่นกับลูก เช่น ทำบัตรตัวเลข 1-5 แล้วผลัดกันหยิบของมาใส่ตะกร้าเท่ากับจำนวนตัวเลข  ให้ลูกอ่านตัวเลขป้ายทะเบียนรถคันหน้ารถเรา เมื่ออ่านคล่องแล้ว ก็ชูนิ้วตามจำนวนนั้น (ปล่อยให้คุณแม่เล่นกับลูกไป ส่วนคุณพ่อก็ขับรถต่อไป เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน)  เล่นชูป้ายตัวเลขหรือทอยลูกเต๋าแล้วกระโดดเท่ากับจำนวน  เล่นกำลูกปัดแล้วทายจำนวน หรือหยิบบัตรตัวเลขเท่ากับจำนวนลูกปัด  เกมผลัดกันนับเลข บอกเลขมากกว่าน้อยกว่า เขียนตัวเลขแล้ววาดรูปเท่าจำนวนนั้น  และเกมอีกมากมายที่คิดกันขึ้นมาในครอบครัว การเล่นเกมนั้นลูกจะสนุกขึ้นถ้าเขาได้ผลัดมาเป็นคนถาม หรือคนนำเกมบ้าง  การเล่นเกมทางคณิตศาสตร์ถือเป็น Brain Exercise ฝึกบ่อยๆ สมองของลูกจะคิดได้อย่างคล่องแคล่วทีเดียวค่ะ


                            สรุปวิจัยคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย


    ชื่องานวิจัย ทักษะพื้นนฐานทางคณิตศาสตรของเด็กปฐมวัยที่ไดรับการจัดกิจกรรมศิลปสรางสรรคดวยขนมอบ
    ปริญญานิพนธ ของ พิจิตรา เกษประดิษฐ

    การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยกึ่งทดวอง เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตรของ เด็กปฐมวัยกอนและหลังการทำกิจกรรมศิลปสรางสรรคดวยขนมอบ ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน  และเปน แนวทางสําหรับครู ผูปกครองและผูที่เกี่ยวของกับการจัดการศึกษาปฐมวัยในการพิจาณาเลือกกิจกรรม ที่จะชวยสงเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตรแกเด็กปฐมวัยไดอยางเหมาะสม ซึ่งมีลําดับขั้นตอน ของการวิจัยและผลของการวิจัยโดยสรุป ดังนี้

    ความมุงหมายของการวิจัย เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตรของเด็กปฐมวัย กอนและหลังการจัดกิจกรรม ศิลปสรางสรรคดวยขนมอบ

    ความสําคัญของการวิจัย ผลการวิจัยครั้งนี้จะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สําหรับครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ในการนํากิจกรรมศิลปสรางสรรคดวยขนมอบ ไปใชเพื่อสงเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร ของเด็กปฐมวัยอีกวิธีหนึ่ง

    ขอบเขตของการวิจัย 
    ประชากร 
    ประชากรที่ใชในการวิจัยครั้งนี้เปนเด็กปฐมวัยชาย-หญิง ที่มีอายุ 3 – 4 ปซึ่งกําลังศึกษา อยูในชั้นอนุบาลปที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2551 ของโรงเรียนอนุบาลกุกไก สังกัด สํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร จํานวน 81 คน

    กลุมตัวอยาง
     กลุมตัวอย่างที่ใช ในการวิจัยครั้งนี้เปนเด็กปฐมวัยชาย-หญิง ที่มีอายุ 3 – 4 ปซึ่งกำลัง ศึกษาอยูในชั้นอนุบาลปที่ 1/3 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2551 ของโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ สังกัด สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จํานวน 20 คน

    ตัวแปรที่ศึกษา 
    ตัวแปรตน คือการจัดกิจกรรมศิลปสรางสรรคดวยขนมอบ
     ตัวแปรตาม คือ ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

    สมมติฐานของการวิจัย
    เด็กปฐมวัยที่ทำกิจกรรมศิลปสรางสรรคดวยขนมอบ มีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตรสูงขึ้น

    การดําเนินการทดลอง
    1. ทําการทดสอบกอนการทดลอง (Pretest) กับกลุมตัวอยาง โดยใชแบบทดสอบวัดทักษะ พื้นฐานทางคณิตศาสตรที่ผูวิจัยสรางขึ้น
     2. ผูวิจัยดําเนินการทดลองดวยตนเอง โดยกลุมตัวอยางจะไดรับการจัดกิจกรรมศิลปสรางสรรค ดวยขนมอบ ซึ่งทำการทดลองในกิจกรรมสรางสรรคใชระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาหสัปดาหละ 3 วัน วันละ 1 ครั้งๆ ละ 20 นาที รวมทงสั้ นิ้ 24 ครั้ง 63 
    3. หลังการเสร็จสิ้นการทดลอง ผูวิจัยทําการทดสอบหลังการทดลอง (Posttest) กับกลุม ตัวอยาง โดยใชแบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตรฉบับเดียวกับแบบทดสอบที่ใชกอน การทดลองแลวตรวจใหคะแนนตามเกณฑที่กําหนด 
    4. นําคะแนนที่ไดจากการทดสอบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตรมาทําการวิเคราะหขอมูล

    การวิเคราะหขอมูล
    1. คะแนนที่ไดจากการทดสอบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตรกอนและหลังการทดลอง นํามา หาคาสถิติพื้นนฐาน โดยนําขอมลไปหาค ู าคะแนนเฉลยี่ (Mean) และคาความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
     2. เปรียบเทียบความแตกตางของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตรกอนและหลังการทดลอง กิจกรรมศิลปสรางสรรคดวยขนมอบ โดยใชสถิติ t-test สําหรับ Dependent Samples

    สรุปผลการวิจัย ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตรทั้งโดยรวมและรายดานของเด็กปฐมวัยหลังการทดลองสูง กวากอนการทดลองทํากิจกรรมศิลปสรางสรรคดวยขนมอบอยางมีนัยสาคํ ัญทางสถิติที่ระดับ .01

    ข้อเสนอแนะในการทําวิจัยครั้งตอไป 
    1. ควรมีการศึกษาผลของการจัดกิจกรรมศิลปสรางสรรคดวยขนมอบ ที่มีตอพัฒนาการ ดานอื่นๆ ของเด็กปฐมวัย เช่น ความสามารถดานความคิดแกปญหา ทกษะทางภาษาส่งเสริมพัฒนาการ ดานกลามเนื้อมัดเล็กและลีลามือ เปนตน
     2. ควรศึกษาเปรียบเทียบผลของการจัดกิจกรรมศิลปสรางสรรคดวยขนมอบในกลุมตัวอยาง อื่นๆเชน กลุมตัวอยางในโรงเรียน สังกัดการศึกษากรุงเทพมหานครกลุมตัวอยางในโรงเรียน สงกั ัด สํานักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐาน

    อ่านเพิ่มเติมได้ที่  http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ear_Chi_Ed/Pigitra_K.pdf


    วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559


    บันทึกการเรียน 

    ครั้งที่ 2

    วันศุกร์  ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559


    เนื้อหาที่เรียน 
    • อาจารย์ให้เเจกกระดาษให้คนละหนึ่งแผ่น เเต่วิธีการเเจกนั้นมาพร้อมกับโจทย์คือให้เเต่ละคนหยิบทีละหนึ่งแผ่นเพื่อที่จะได้นับดูว่ากระดาษมากกว่าน้อยกว่าคน หรือคนมากว่าน้อยกว่า หลังจากนั้นอาจารย์ก็สอน ให้รู้จักคำว่า การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย โดยทำเป็นmild mapping เเล้วนำเเต่ละคำมาเเยกออกจากกัน เพื่อหาคำเเต่ละคำมาเชื่อมโยงกันกัน
    ทักษะ/การระดมความคิดประเมิน
    • การได้ใช้ความคิดหาความหมายของคำว่าพัฒนาการ การหาวิธีการเชื่อมต่อคำที่เกี่ยวข้องกันเเต่ละคำ
    บรรยากาศในห้องเรียน
    • บรรยายกาศในห้องค่อนข้างเงียบยังไม่กล้าสนทนาหรือเเสดงความคิดเห็นเมื่ออาจารย์ถาม
    การจัดการเรียนการสอน
    • การเรียนยังไม่ค่อยเครียดสนุกสนาน อาจาเป็นเพราะยังไม่เข้าสู่บทเรียนที่แท้จริง 
    วิเคราะห์ตนเอง
    • เราสามารถนำวิธีการสอนที่อจารย์สื่อให้เราเห็นว่าการสอนคณิตศาสตร์นั้นสามารถสอนร่วมกันกับกิจกรรมที่ให้ทำเป็นจำก็ได้ เช่นการเเจกกระดาษของอาจารย์ที่แฝงอยูกับโจทย์คณิตศาสตร์ 


    สรุปวีดีโอตัวอย่างการสอน
    • การเรียนการสอนขั้นระดับพื้นฐาน ระดับปฐมวัย ที่โรงเรียนประถมเกรตบาร์ ในเบอร์มิงแฮมมีวิธี คือ ครูที่นี่จะสอนเด็กให้เรียนรู้คณิตศาสตร์เป็นรายบุคคล โรงเรียนจะมีปรัชญาในการเรียนรู้พื้นฐานว่า จุดเริ่มต้นของการเรียนนั้นต้องสร้างความสัมพันธ์กับเด็กเเละคิดว่าถ้าทำให้เด็กมั่นใจกับการคิดเลข การนับเลขตั้งเเต่เนิ่นๆนั้นจะมีผลต่อมาตรฐานการเรียนคณิตศาสตร์ของโรงเรียน เเต่จะได้ผลรึปาวนั้นต้องขึ้นอยู่กับวิธีการสอนของครู สิ่งที่ครูพยายามตั้งเเต่อนุบาลคือปูพื้นฐานคณิตศาสตร์ให้เเน่นเเละให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประจำวัน ครูบางคนจะสังเกตเด็กจะมักพูดว่า เขาไม่เก่งคิด ซึ่งส่วนใหญ่มากจากผู้ปกครองที่บอกตัวเองว่าไม่เก่งคณิตศาสตร์ เเละถ่ายทอดความกลัวนั้นให้ลูก ครูจึงจะพยายามทำให้คณิตศาสตร์นั้นไม่ใช่เริ่องใหญ่สำหรับเด็กเเต่จะทำเป็นเรื่องที่เราต้องทำเป็นทุกวัน ครูเนิรัสเชอรีเล่าว่า ตอนเเรกก็ให้เด็กสนใจเรื่องตัวเลข รูปร่างหรือทำกิจกรรมที่มีเรื่องพวกนี้อยู่รวมด้วย หลังจากนั้นเด็กก็จะเริ่มคุ้ยเคยกับตัวเลขเเละการนับ การจัดกิจกรรมเเต่ละครั้งนั้นครูต้องรู้ก่อนว่าอยากให้เด็กได้อะไรจากมัน เเล้วปล่อยให้เด็กเป็นผู้นำกิจกรรมนั้นด้วย ครูเนิรัสเชอรีจะพยายามใช้เพลงเป็นสื่อการสอนเพราะเด็กสามารถร่วมร้องไปได้เเละมีท่าทางประกอบซึ่งช่วยการเรารู้มีความหลากหลายมากขึ้น โรงเรียนจะให้ครูช่วยมากกว่าที่ครูจะไปเป็นผู้นำเด็ก การเรียนคณิตศาสตร์นั้นสามารถเรียนนอกห้องเรียนได้จะทำให้เด็กนั้นเห็นอะไรในภาพใหญ่ขึ้นได้เห็นคณิตศาสตร์ในอีกด้านหนึ่ง การเล่นนอกห้องนั้นจะเห็นได้ว่าโรงเรียนได้พัฒนาไปอีกขั้นเเล้ว เเต่ก่อนนักเรียนคงใช้กระดาษ ดินสอการเรียนแบบนี้จะทำให้เด็กมีส่วนร่วมมากขึ้น เเต่สิ่งที่ท้ายทายใหม่ๆที่สุดของครูคือจะต้องคอยสังเกตและติดตามพัฒนาการของเด็กเพื่อที่จะได้รู้ว่าขั้นต่อไปครูจะทำอย่างไรกันบ้าง เเละยังได้รู้อีกว่าเด็กนั้นมีพัฒนาการสำเร็จไปถึงขั้นไหนเเล้ว ครูก็ใช้ข้อมูลแหล่งนี้เพื่อไปวางแผนทำการเรียนการสอนต่อ ครูยังสามารถนำข้อมูลไปบอกกับผู้ปกครองได้ด้วยว่าเด็กเเต่ละคนเป็นยังไง ครูเนิรัสเชอรีเชื่อว่าการเรียนคณิตศาสตร์ควรสนุกและเป็น­ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การเรียนรู้อย่างอิสระผ่านการเล่นเป็นหัวใ­จสำคัญในการพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ของเด็กๆได้
    • สามารถดูวีดีโอการสอนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=eftDXPGKtMs